6 วิธีลดค่าใช้จ่าย

6 วิธีตัดค่าใช้จ่ายของคุณ เพื่อให้เงินที่คุณหามาด้วยความเหนื่อยยาก ใช้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น
ถ้าหากคุณดูบัญชีเงินเก็บ แล้วมันไม่งอกเงยไปถึงไหน คุณรู้สึกผิดกับตัวเองที่ไม่สามารถเก็บเงินได้ แถมยังใช้เงินไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
 
 
 
มาดู 6 วิธีช่วยลดการใช้จ่ายดูค่ะ
-----
1. จัด rating 1-10 ให้กับสิ่งของที่คุณซื้อไป ว่าส่งผลต่อความสุขของคุณมากน้อยแค่ไหน
 
เรียนรู้ผ่านคลิป
 
 
เริ่มจากตรวจสอบรายการใช้จ่ายใน statement บัตรเครดิตของคุณก็ได้ มันจะมีบันทึกการซื้อของคุณอยู่ แล้วเขียน rating 1-10 กำกับลงไป ซึ่งจะเป็นการเปรียบเทียบด้วยตัวคุณเอง ซึ่งสำหรับแต่ละคนก็จะมีระดับความสุขในของที่ซื้อแตกต่างกัน
ผู้หญิงอาจจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า ผู้ชายอาจจะเป็นกล้องถ่ายรูป หรือ อุปกรณ์กีฬา
ยกตัวอย่างเช่น ของบางอย่าง อยู่ในช่วง "ลดราคา" แต่มันมี rating ที่มีผลต่อความสุขของคุณในอันดับแค่ 1-4 คุณก็ไม่ควรจะซื้อของสิ่งนั้น
ถ้าทำแบบนี้ทุกเดือน คุณจะเริ่มลดการซื้อของที่มี rating ต่ำกว่า 5 ลง เพราะไม่ได้มาก็ไม่เป็นไร
 
 
 
-----
 
2. เลิกรู้สึกผิดกับการซื้อของที่ทำให้คุณมีความสุข 3 อันดับแรก
 
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า การใช้เงินซื้ออะไร ทำให้คุณ enjoy มากสุด คุณก็จะละความรู้สึกผิดในการซื้อ หากของสิ่งนั้นเป็นของที่ทำให้คุณมีความสุขมากเป็น 3 อันดับแรก รวมถึงถ้ารู้ว่าการใช้เงินไปกับอะไร แล้วทำให้คุณมีพลังในการใช้ชีวิต เช่น ท่องเที่ยว หรือ กินกาแฟอร่อยๆในร้านบรรยากาศดี คุณจะยิ่งลดการใช้จ่ายในสิ่งที่คุณไม่รู้สึก impact ต่อชีวิตคุณ เพื่อเก็บเงินมาใช้กับส่วนที่คุณมีความสุขมากกว่า
 
-----
 
3. หยุดคิดสักนิดก่อนซื้อ
 
อย่างแรกเลย คุณไม่ต้องใช้จ่าย แล้วมารู้สึกผิดทีหลังกับการใช้เงินแบบพลั้งเผลอ เสียดายเงินไปกับของที่ไม่ได้อยากได้เท่าไหร่
คุณต้องเรียนรู้ตัวคุณเองว่า ช่วงเวลาที่คุณกำลังอยากได้ กับ เวลาที่คุณมีสติไตร่ตรอง คือนานแค่ไหน
สมมติว่ามันคือภายใน 24 ชม. คุณก็จะไม่อยากได้แล้ว คุณก็สร้างข้อตกลงกับตัวเองไปเลย เช่น ถ้าจะซื้อของใน online จะใส่ตะกร้าทิ้งไว้ 24 ชม. แล้วค่อยไปกดซื้อ
วิธีนี้ก็จะลดการใช้จ่ายแบบไม่มีเหตุผลไปได้มากทีเดียว
 
-----
 
4. ทบทวนค่าใช้จ่ายรายเดือนที่เป็นพวก subscriptions ต่างๆ
 
อย่าลืมว่าคุณมีเวลาจำกัด คุณไม่สามารถเข้าไปดู ไปฟัง ไปใช้ ทุก subscribe ได้พร้อมๆกันหมด ได้หรอก
การกด subscribe ง่ายกว่าการสั่งยกเลิกมาก บางคนเห็นว่าเป็นค่าใช้จ่ายเล็กน้อย ก็ปล่อยปละละเลยจ่ายไป รวมๆหลายรายการ ต่อเนื่องกันเป็นปี ก็เป็นเงินจำนวนมากเลยทีเดียว
สิ่งที่ควรทำ คือ
1. list รายการที่กด subscribe ไว้เป็นบันทึกชัดเจนว่ามีอะไรบ้าง แต่ละรายการ ยอดจ่ายเดือนละเท่าไหร่ หากเห็นภาพชัด เราจะดูได้ง่ายว่าอะไรเราใช้บ่อย อะไรเราแทบไม่ใช้เลย
2.จัดการยกเลิกรายการที่ไม่ได้ใช้ โดยบอกตัวเองว่า ดูสัก 3-6 เดือน ถ้าต้องใช้จริงๆ ค่อยกลับมา sub ใหม่ก็ได้
 
-----
 
5. ตรวจสอบนิสัยแพงๆของเราสิว่า มีอะไรบ้าง
 
life style การใช้ชีวิตของเรา มันสามารถใช้อย่างไรก็ได้ หากเรามีรายได้เพียงพอที่จะจ่ายมัน
แต่ลองตรวจนิสัยการใช้เงินของเราดูว่า มีอะไรเป็นนิสัยแพงๆ บ้าง
นิสัยแพงๆ หมายถึง เราสามารถจ่ายน้อยกว่าได้ในการซื้อสินค้าและบริการนั้น แต่เราเลือกความสะดวกสบายมากกว่าโดยยอมจ่ายมากกว่า เช่น นั่ง taxi แทนรถสาธารณะ ปาร์ตี้กับเพื่อนบ่อยๆมากกว่าอยู่บ้านทำอาหารทานเอง เข้าร้านทำเล็บ ทำผม ทำสปา แทนที่จะทำเองที่บ้าน
สิ่งเหล่านี้เป็นความสุข เป็นการให้รางวัลตัวเอง แต่คุณต้องถามตัวเองด้วยว่า คุณอยู่ในสถานะที่จะจ่ายเงินไปกับเรื่องพวกนี้ได้อย่างสบายๆไหม เงินของคุณมีความจำเป็น ต้องนำไปทำอะไรที่จำเป็นกว่านี้อีกบ้างหรือเปล่า และ life style ที่คุณใช้สปอยล์ตัวเองนั้น ถ้าลดลงบ้าง มันจะกระทบต่อความสุขลดลงไปมากไหม
การทำเล็บเองบ้าง การสังสรรค์นอกบ้านน้อยลงบ้าง การใช้รถสาธารณะบ้าง แล้วทำให้คุณมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้น คุณจะ enjoy กว่าไหม
เรื่องเหล่านี้ไม่มีใครปรับให้ใครได้ค่ะ นอกจากคุณจะพิจารณาปรับมันเอง ด้วยความพอใจของคุณเอง
 
 
 
6. เลิกสนใจเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
 
เราได้รับอิทธิพลจากการดูชีวิตคนอื่นบน social media ไม่มากก็น้อย ความสุขในการดำเนินชีวิตของเราได้รับผลจากการดูชีวิตของคนอื่น เช่น เค้าแต่งบ้านแบบไหน กินอาหารยังงัย ไปเที่ยวที่ไหน สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นการใช้เงินของเราทั้งสิ้น
โดยที่เราก็ไม่รู้ที่มาที่ไปของทุกคน เช่น เราเห็นเพื่อนคนนึงไปเที่ยวยุโรปดูมีความสุข แต่จริงๆแล้วอาจเกิดจากเค้าไม่ทานข้าวนอกบ้านเลย 3-4 เดือนเพื่อเก็บเงินมาเที่ยวทริปนี้ก็ได้
ดังนั้น ปล่อยวาง social media บ้าง อาจจะเป็นเดือนละ 1 วันที่ไม่เปิดดูเลยทั้งวัน แล้วใช้เวลากับการสนใจชีวิตตัวเอง ว่าอะไรคือความสุขของเรา อะไรดี อะไรเหมาะสมกับตัวเรา เราก็จะอยากได้ อยากเป็นในสิ่งที่ดีกับตัวเราจริงๆเท่านั้น ไม่ได้อยากได้ อยากเป็น ในสิ่งที่คนอื่นชื่นชมแต่เรากลับไม่มีความสุขกับสิ่งนั้นอย่างแท้จริง
พึงระลึกไว้เสมอว่า วิธีที่คุณใช้เงินและวิธีที่คุณใช้เวลา คือ วิธีที่คุณใช้ชีวิต หากคุณจะซื้อของชิ้นใหญ่สักชิ้น ให้ถามตัวเองว่า ของสิ่งนี้จะมีผลกับฉันอย่างไรในอีก 10 ปีต่อจากนี้
 
เลือกใช้เงินซื้อแต่สิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขกับมันจริงๆเท่านั้น
 
เสริ์ฟความรู้การเงินดีๆให้คุณในทุกวัน
เรียบเรียงจาก https://link.medium.com/O5y2Gm0Oekb
 
 
Visitors: 28,522